Archive for มีนาคม, 2011


อย่านะคะ อย่ากรีดร้อง อย่าตีโพยตีพาย อย่าร้องให้ รองพื้นละลาย ดวงตาที่กรีดไว้ไหลเยิ้ม และอย่าร้องให้ขณะขับรถ อันตรายสุดๆหากเกิดอุบัติเหตุ ศพไม่สวยแน่ แรงส์เกิ๊น เราไม่ยอมตายแน่ให้ผู้ชายแบบนั้น ถูกต้องค่ะ ตั้งสติให้ดี คุณทำได้

“อกหักแล้ว ทำไงดี”

อาการอกหักซ้ำรักสามารถทำให้ผู้หญิงสาวอ่อนหวานน่ารัก กลายสภาพเป็นผู้หญิงวิกลจริต หรืออาจถึงขั้นเป็นนางปิศาจชวนสยอง ตามจิกอดีตแฟนอย่างไม่รามือ เรามาดูวิธีรับมือการถูกทิ้งอย่างมีศักดิ์ศรีดีกว่าค่ะ

1. อย่าโทรศัพท์หาเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยามดึกดื่นค่อนคืน ตั้งแต่ 5 ทุ่มถึง 8 โมงเช้า ผู้หญิงส่วนใหญ่หลังจากถูกบอกเลิก มักโทรศัพท์ไปคร่ำครวญพิรี้พิโรกับเพื่อนซี้ ทั้งเปิดใจรำพึงรำพันและก่นด่าอดีตแฟนนานเป็นชั่วโมง กว่าจะวางหูก็โน่นแน่ะ ประมาณตี 3 เข้าให้แล้ว หลังจากวางหูเจ้าหล่อนจะนิ่งคิดสัก 5 วินาที

จากนั้นก็ยกหูโทรหาอดีตแฟน ซึ่งต้องแหกตาตื่นตอนดึก แน่นอนการสนทนาย่อมไม่หวานชื่นทำให้ฝ่ายหญิงผิดหวังซ้ำสอง แทนที่จะคุยกันต่อไปได้แบบเพื่อน การณ์กลับกลายเป็นว่าเรากลายเป็นสาวโรคจิตคร่ำครวญอยู่นั้น คำเตือนคืออย่าเมาแล้วโทรไปหาเขากลางดึกเด็ดขาดเลยค่ะ…ขอร้องกันตรงนี้

อ่านเพิ่มเติม

Advertisements

อยากสักค่ะ แต่ไม่บอกว่าอยากสักตรงไหน รูปอะไร  อุ๊ปไว้ดีกว่า อยากรู้มาถามเอง คริคริ

เดี๋ยวนี้การ “สัก” บนเรือนร่างกำลังเป็นแฟชั่นฮิตในหมู่หญิงสาว ดูอย่างดาราสาวปากหนาก็ยังเซ็กซี่ได้ อย่าง แองเจลีน่า โจลี่ ที่ยอมสลัดผ้าสละผืนหนังบนเรือนร่างเป็นเสมือนผืนผ้าใบให้บรรดาเกจิอาจารย์ หลายชาติฝากฝีไม้ลายสักไว้ทั่วร่าง ไม่ต่ำกว่า 13 แห่ง จนกลายเป็น Art Gallery ที่รวมศิลปะนานาชาติลือกระฉ่อนไปทั่วโลก

แต่โดยทั่วไปแล้วผู้ชายจะตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า ไม่ชอบให้ผู้หญิงสักยันต์แนวคุณไสยเต็มหลังเต็มไหล่แบบผู้ชาย เพราะผู้หญิงเป็นเพศที่นุ่มนวลอ่อนหวานควรจะสักเป็นรูปขนาดเล็กๆ ไม่ว่าจะเป็นดอกไม้หรือลายกราฟฟิกสวยๆ เพียงเท่านี้ผิวขาวๆ ก็จะยิ่งน่ามองขึ้นไปอีก

อ่านเพิ่มเติม

เดี๋ยวนี้หลาย “คู่เลิฟ” ขยันตีจากและแยกทางกันนัก บางคู่ถ้าจดทะเบียนก็ถึงกับ หย่าร้างกันไปเลย ขณะที่แยกเตียงกันนอนก็มีอยู่ไม่น้อย โอ้มายก็อด เรื่องนี้ช่างน่าเห็นใจ ผู้มีความรักซะจริงจริ๊ง เพราะอย่างที่บอกมาตลอดแหละว่า

การ ใช้ชีวิตคู่น่ะง่ายซะที่ไหน! แถมมนุษย์เราคนเดียวกันนี่นะ วันนี้ก็แบบนึง พรุ่งนี้ก็แบบนึง และมะรืนนี้ก็อีกอย่างหละ ดูดู๋สิว่าเปลี่ยนแปลง กลับไปกลับมาได้ถึงเพียงนี้ ดังนั้น เมื่อสองคนมาอยู่ด้วยกัน แล้วจะไม่สร้างปัญหาให้แก่กันหรอ

แต่ไม่ขอฟันธงหรือฟันทิ้งและแอบ เชียร์หรอกน่าว่าอยู่เป็นโสดดีกว่าแหงๆ เพราะของพรรค์นี้ ถือว่านานาจิตตัง ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของใครของมัน เพราะไม่มีใครล่วงรู้อนาคตของตัวเอง ได้อยู่แล้ว เหตุนี้จึงอยากฟื้นฝอยหาตะเข็บถึง สาเหตุที่ทำให้คู่รักต้องฟุตเวิร์กแยกทางจากกัน

แล้วอะไรน้อที่ทำให้รักกันไม่ยืด มีต้นตอได้ตั้งหลายกรณี ได้แก่…

1. คู่รักที่รู้ทีหลังว่า มีพฤติกรรมเพี้ยนๆ เอ๊ะ หรืออาจเพี้ยนด้วยกันทั้งคู่
ความ เพี้ยนในที่นี้ หมายถึง พฤติกรรมแปลกประหลาดที่ฝ่ายนึงแสดงออกมา แล้วอีกฝ่ายรับไม่ได้ไงเล่า ส่วนจะเพี้ยนยังไงก็เพี้ยนไปทำได้เต็มที่หากความเพี้ยนนั้น กระทบกับตัวเองคนเดียว และไม่ทำให้คู่รักเดือดร้อนตามไปด้วยก็ไม่มีปัญหาร้อก แต่ขืนพิสดารซะจนส่งผลกระทบกับอีกฝ่ายละก็ แม้อยู่ด้วยกันในบ้านที่ใหญ่โตมโหฬาร ขนาดไหนก็สร้างความอึดอัดใจให้กันได้ โดยเฉพาะ

ถ้าความพิสดารที่ว่า เป็นเรื่องทางเพศด้วยแล้ว โอ้ย ยิ่งไปกันใหญ่ เลยนะนั่น เช่น เวลาร่วมรักกัน ตอนแรกๆ ก็แสดงอาการถูไถไปมาแบบคนธรรมดาที่เค้าทำกันดีหรอก แต่พออยู่กันไปนานๆ สิ ลายชักออกแล้วแฮะ มีการคะยั้นคะยอให้แฟนใส่กุญแจมือกับหัวเตียง หรือใส่กุญแจมือแฟนไว้ทั้งสองข้างจะได้หนีเค้าไปไหนไม่ได้…ก็มี นี่ยังถือว่าเบาะๆนะ เพราะแรงกว่านี้ยังมี อย่างการที่ฝ่ายชายชวนฝ่ายหญิงไปเข้ากลุ่ม สวิงกิ้ง หรือ มีเซ็กซ์เป็นกลุ่ม เพราะเค้าอยากมีกิจกามกะคนอื่น แต่ถ้าไปเกเรคนเดียว เดี๋ยวจะหาว่า นอกคอก เอ้ย นอกใจ จึงเลยชวนสาวข้างกายไปด้วย ซึ่งหากฝ่ายหญิงไม่ได้มีรสนิยมทางเพศ แนวเดียวกะเค้าด้วยละก็ คงสำลักความกลุ้มใจเจียนตายเลยสินะ

อ้อ ความต้องการทางเพศที่ไม่เท่ากัน แบบว่า ฝ่ายนึงปรารถนามากๆๆๆ ส่วนอีกข้างปรารถนาพอสังเขป ก็เป็นปัญหาอีก ด้านฝ่ายหญิงมักตามใจคนรักนะ แม้บางวันไม่อยากให้มายุ่งด้วย ก็มักตามใจ เพราะรักก็เงียะ แต่หากเค้าอยากมากเกินเหตุก็จับเค้าใส่กระทงลอยน้ำ ไปซะเลย

2. ฝ่ายนึงไม่ยอมโตสักที หมายถึงเติบโตทางสมองแถมยังขาดวุฒิภาวะด้วยอีก คิดดูว่าถ้าอีกฝ่ายมีความคิดเป็นผู้ใหญ่มากๆ แล้วจะอยู่ด้วยกันยืดรื้อ?
ยิ่ง ถ้าทั้งคู่ต้องสร้างเนื้อสร้างตัวเพื่ออนาคตร่วมกันด้วยแล้ว แต่ฝ่ายนึงยังขยันใช้เงินเป็นเบี้ย แถมยัง “หาได้น้อยกว่าที่ใช้” ซะด้วย จนเป็นภาระให้อีกฝ่ายต้องตามแก้ไม่รู้จบ แล้วเรือรักลำนี้จะไม่ล่มได้ไงเนี่ย เออ…ถ้าอยากจะหน่อมแน้มแต่รวยโคตรก็ว่าไปอย่าง จะทำตัวเป็นคุณหนู, คุณชาย หรือคุณนายก็ทำไปเถอะ แม้แต่ทำตัวเป็นง่อยหรือแอ๊บแบ๊ว ไปซะเลยก็ไม่มีใครว่า ถ้าแฟนของคุณรับได้ ก็ลองแบ๊วไปทั้งคู่เลยดิ่ จะจะได้คอนเฟิร์มไงว่า เรานั้นคู่กันจริง 555

3. ทำงานทำการกันคนละเวลา แล้วจะหาเวลาว่างตอนไหนมาสวีทกัน
แต่ การทำงานคนละเวลาแบบนี้จะเกิดปัญหาหนักหน่วงขึ้นได้ ต้องแบบไม่เจอกันเลยนะ ประมาณว่าแคล้วคลาดจากกันตลอด แม้จะอยู่บ้านเดียวกันก็ไม่ได้เจอกันเท่าไหร่ ยกเว้นวันหยุด หรือนัดกันหยุดค่อยเจออะไรเงียะ เหมือนมีอุปสรรคขัดขวางรัก ว่ามะ แต่โดยทั่วไปถ้าเผื่อห่างทว่ายังมีเวลาได้กุ๊กกิ๊กกันมั่งอาจดีกว่าเจอกัน ทุกวัน ด้วยซ้ำไปนะ เพราะนานๆเจอที มักทำให้ คิดถึง และจะยิ่งทำให้ได้ใช้เวลาที่เจอกันอย่างมีคุณภาพกว่าซะด้วย

4. ฝ่ายหนึ่งเริ่มไม่ต้องการเวลาอยู่ด้วยกันตามลำพังซะแล้ว
อู้ ย เรื่องมือที่สามอะไรนี่ บางครั้งก็ไม่ใช่เพราะใจสะออนปันใจไปรักใครอื่นที่ไหนหรอก แต่เป็นเพื่อนๆ หรือญาติๆ ของฝ่ายใดฝ่ายนึงนี่แหละที่มักเข้ามาเอี่ยวทำให้คู่รัก ไม่มีเวลาสำหรับพวกเขาเอง ซึ่งกรณีแบบนี้ คนมีคู่บางรายเค้าไม่อินไปด้วยหรอก เพราะการครองคู่ควรมีเวลาด้วยกันสองคนมั่งซี ไม่ใช่ไปไหนหรืออยู่ไหนก็อยู่กันเป็นหมู่คณะ หรืออยู่กันเป็นพวง คงหงุดหงิดใจน่าดู

5. ต่างฝ่ายต่างเริ่มไม่เห็นด้วยซึ่งกันและกันเพราะแต่ละคนล้วนมีความคิด เป็นของตัวเอง
เวลา รักกันใหม่ๆ ให้บอกว่า ไม้เป็นนกหรือนกเป็นไม้น่ะ ได้ทั้งนั้น เพราะยามแรกรักต้องประจบสอพลองี้แหละ ไม่งั้นจะได้แอ้มกันเหรอ ทว่าพักหลังๆ มา ทั้งคู่กลับโต้เถียงและเผลอๆ รวมไปถึงการมีปากเสียง ตั้งแต่เรื่องจิ๊บจ๊อย ว่าใครควรเป็นคนเอาขยะไปทิ้ง? ไปจนถึง เกี่ยงงอนกันว่า ใครมีหน้าที่ดูแลเจ้าตูบและสวนเล็กๆ ภายในบ้านฟะ? หากตกลงหน้าที่กันไม่ได้ เดี๋ยวเหอะได้กลายเป็น “สงครามประสาทภายในบ้าน” แล้วจะรู้สึก!

6. ไม่สม่ำเสมอเหมือนแต่ก่อนอีกต่อไปแล้ว
ก็ ตอนเค้าสม่ำเสมอน่ะ นั่นเป็นตัวปลอมยังไม่รู้อีกเหรอเนี่ย อู้ย ใครจะขยันทำตัวดีเลิศตั้งแต่วันแรกที่รู้จักจนถึงวันนี้ล่ะ นั่นนานเกินไปแล้วรู้ไหม เค้าไม่เผลอแสดงตัวตน ข้าเป็นข้าเองออกมาตั้งแต่รู้จักกันเดือนแรกก็ดีแค่ไหนแล้ว อุตส่าห์กลั้นมาได้เป็นปีนี่ถือว่าสุดยอดแล้วนะ คิดสิว่า คนเราน่ะเปลี่ยนกันได้ หนำซ้ำยังเปลี่ยนกันทั้ง 2 ฝ่ายแหละ แต่จะเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นหรือลงเหวกว่าเดิม ลองตรองดูละกัน ขอแค่ถ้าเปลี่ยนไป “เป็นไม่รัก ก็อย่าเกลียดละกัน”

ขอบคุณ คุณดูเด็ด

Cheer Up @DenisUltraSlim

 

 คุณเด่นคะ มุกไม่เคยรู้สึกแบบๆนี้มาก่อน มันสุดยอด รักนะคะ

 

 

น้องมุก ไปเกิดเป็นเทวดาแล้น

รัก ตะเอง นะ หายเร็วๆ ความเศร้าไล่มันไป

Happy Belated Birthday Nong Pui

ถึงจะช้าไป แต่ไมาสายที่จะอวยพรย้อนหลัง ให้มัตวามสุข คิดอะไรสมปรารถนาตลอดไปน่ะ น้องรัก

อีกอ้นให้กำลังใจด้วย

สู็ๆ น้องรัก

มากอดกานนน

น้องสาวยิ้มหวาน ยิ้มสวย ยิ้มกานต่อไป

 

ขอบคุณ ดูเด็ด

1.”เราต่างกันเกินไป”
(แหมประโยคนี้ทำให้ต้องถามกลับว่าแล้วเธอมาจากดาวไหนล่ะ?)

2.”เราไปด้วยกันไม่ได้”
(จะไปไหนเหรอ? ถึงไปด้วยกันไม่ได้..ถ้านรกก็เชิญไปคนเดียวละกัน)

3.”ยังมีคนอื่นที่ดีกว่าฉันนะ”
(แน่น๊อน! อันนี้รู้อยู่แล้ว)

4.”เธอไม่ใช่”
(ไม่ใช่อารายฟะ? )

5.”เธอไม่ใช่คนนั้น”
(อืม…แล้วคนไหนล่ะ?)

อ่านเพิ่มเติม

ฉันก็กลัวเหมือนกัน ขอบคุณ คุณดูเด็ด ค่ะ

แต่ไหนแต่ไรผู้หญิงกลัวเหลือเกินหากมีแฟนเป็นคนเจ้าชู้ ดังนั้น ถ้าหล่อนไม่แน่ใจว่า คนที่คบอยู่ด้วยตอนนี้จะมีนิสัยอย่างที่เธอหวั่นใจไว้หรือไม่? หล่อนจะพยายามรักษาระยะห่างไว้บ้าง ยังไงก็คงไม่ เข้าไปใกล้ให้เปลืองกายเปลืองใจแม้เธอจะชอบเค้าก็ตาม นู่นแนะจนกว่าจะรู้จริงว่าเค้าเจ้าชู้ หลายรักรึเปล่านั่นแหละ ถึงค่อยตัดสินใจกันอีกที ว่าควรเป็นแฟนหรือชิ่งหนีดีกว่ากัน

มิน่า เทรนด์สุดฮิตของสาวสมัยใหม่จึงครองตัวเป็นโสดไว้ให้นานที่สุด เพราะขืนรีบมีแฟน โดยไม่ทันได้รู้เขารู้เราแล้วไซร้ โอกาสที่ฝ่ายหญิงจะน้ำตาตกในก็เป็นไปได้สูงอยู่เหมือนกัน

แต่ว่าไป โลกนี้ไม่ได้มีแต่บุรุษเท่านั้นหรอกที่เจ้าชู้ เพราะเดี๋ยวนี้อิสตรีก็ใช่ย่อย บางคนงี้ควงหนุ่มคราวละ 2-3 คนซะด้วย พวกคบไว้เผื่อเลือกก็งี้แหละ แต่คงเป็นเพราะสารเคมีในสมองของผู้หญิงส่วนใหญ่ ยังย้ำเตือนให้ถือคติรักเดียวใจเดียวอยู่มั้ง ดังนั้น ถ้าฝ่ายหญิงไม่ถึงกะมีปัญหากับคู่รักจนเข้าขั้นถึงจุดเดือด หรืออยากแก้แค้นด้วยการประชดต่างๆนานาแล้วละก็ รับรอง ยังงั้ย ยังไง ฝ่ายหญิงก็ยังอยากมีแฟนเป็นตัวเป็นตนคนเดียวเชื่อดิ

จึงชวนมาจับสังเกตว่า ความเจ้าชู้ของคนเราน่ะ มักแสดงออกด้วยการกระทำหรือพฤติกรรม อย่างไรบ้าง? อ้อ ขอเตี๊ยมก่อนว่า ในที่นี้ขอพูดรวมๆทั้งชายและหญิงที่เจ้าชู้ไปเลย ในเมื่อมีทั้งคำเรียกที่ว่า คาสโนว่า และ คาสโนวี่ นี่นา แล้วจะให้อดใจไม่พูดถึงคู่กันก็กระไรอยู่นะ งั้น มีพฤติกรรมไหนบ้างน้า ที่ส่อสันดาน…เอ้ย ส่อแววว่าเจ้าชู้แหงๆ แท่น แท้นเช่น….

อ่านเพิ่มเติม

.We came across this gorgeous spring manicure pic and were so inspired to give our fingers a March update that we started searching for spring nail art tutorials. How do you do the 5-petal floral design above? Start with a clear base coat, then using various shades of pastel polishes, draw chubby teardrop shapes to create the petals (5 petals per flower). You can overlap different size and shades of flowers on top of each other so long as you wait for each flower “layer” to dry before painting over it. As a final touch, make a black pinpoint dot in the center of each 5-petal blossom. Looking for more spring manicure inspiration? From cute cupcakes and Easter bunny nail art to fabulous florals, here are our top 3 favorite spring nail tutorials!

Image courtesy of ameblo.jp/accastyle

VIDEO Cute Cupcakes by missglamorazzi

For beginner level nail artists, this adorable cupcake manicure by misglamorazzi sets the mood for spring with pretty pastels.

VIDEO Plaid Easter Bunny Nail Art Tutorial by Amanda S.

For more advanced nail artists, this Easter bunny design by Amanda S. is both whimsical and festive. And the rhinestone bow ties are adorable!

VIDEO Funky Fresh Hippie Flowers For Spring by Robin M.

Nail artist Robin M. shows us this gorgeous pastel floral design on a black background. Swap the black with a pale pink or clear base for a more muted effect.

Do these spring nails inspire you? Share your spring manicure pics in the comments section!

ไดอารี่ยอดรัก อยากเล่าเรื่องเมืองหังโจว ที่ฉันเพิ่งไปเที่ยวมา เมื่อ วันที่ 19/3/54 วันนั้นหนาว ฝนตกแต่บรรยากาศ ก็ช่างโรแมนติก ก็ฉันอยากใส่ช๊อตโคดเมืองไทยไม่มีโอกาศใส่ฉันก็ไปหน้านี้ล่ะ ชอบมากๆ ไก๊ดสาวบอกว่า ที่สวน และทะเลสาปมักจะเป็นที่ๆหนุ่มสาว มากจู๋จี๋ กัน ฉันแอบอิจฉาเล็กๆ เป็นสถานที่ถ่ายรูปคู่บ่าวสาว ฉันแอบเห็นหลายคู่หล่ะ อ้าวติดตามชมภาพเล็กๆน้อยของฉันมือฝืดถ่ายรูป

หังโจว 杭州 Hángzhōu เป็นเมืองโบราณ หนึ่งในหกของจีน อยู่ในจังหวัด เจ้อเจียง (Zhèjiāng)
หังโจว 杭州 Hángzhōu ไปเที่ยวเองได้โดยง่ายนิดเดียว
ในอดีตมีคำเปรียบเปรยถึงความสวยงามของเมือง หังโจว และ ซูโจว ว่า “บนฟ้ามีสวรรค์ บนดินมี ซู(โจว) หัง(โจว)”
และยังมีคำกล่าวที่น่าสนใจอีกอย่าง คือ “Be born in Sūzhōu, live in Hángzhōu, eat in Guangzhou, die in Liuzhou.”

หังโจว 杭州 Hángzhōu เป็นทั้งแหล่งเภสัชอุตสาหกรรม และแหล่งศิลปวัฒนธรรมที่มีชื่อเสียงของจีน มีประวัติศาสตร์ยาวนานถึง 2,100 ปี และรัฐบาลจีน กำลังสร้างระบบรถไฟความเร็วสูงวิ่งระหว่างหัวโจวและเซี่ยงไฮ้ ซึ่งจะทำให้การเดินทางระหว่างสองเมืองสะดวกรวดเร็วขึ้นอีกมาก นอกจากนี้ยังได้สร้างทางด่วนเชื่อมไปยังเซี่ยงไฮ้ หวงซาน ซูโจว อู๋ซี ทำให้การท่องเที่ยวในย่านนี้กระทำได้สะดวกมากยิ่งขึ้น
เมืองหังโจว มีสถานที่ที่น่าเที่ยวชมมากมาย เช่น ซ่งเฉิน หรือเมืองจำลองซ่ง วัดจิ้งฉือที่อยู่ติดกับเจดีย์เหลยเฟิง เป็นวัดที่พระจี้กงมาปฏิบัติธรรมก่อนที่ท่านจะมรณะภาพ และเป็นวัดที่ได้รับการยกย่องว่ามีระฆังที่มีเสียงไพเราะที่สุด และยังมีทะเลสาปซีหู(West Lake) ซึ่งกลายเป็นสัญลักษ์ของเมือง มีสะพานขาด(ด่วน) แต่จริง ๆ ไม่ขาด เป็นที่มาของตำนาน “นางพญางูขาว” นักท่องเที่ยวสามารถนั่งเรือชมความงามของทะเลสาปที่ได้สมญานามว่า “พฤกษชาติในนครินทร์” ยังมีศาลเจ้า(สุสาน)ท่านงักฮุย วีรบุรษแห่งชาติจีน เป็นที่ที่เกิดตำนาน ปาท่องโก๋ บริเวณศาลจะมีรูปปั้นกังฉิน 4 รูปปั้น คือ รูปปั้น ฉินกุ้ยและภรรยานางเห่งสี รูปปั้นผู้พิพากษา และรองแม่ทัพท่านงักฮุยที่ให้การใส่ร้ายท่านงักฮุย รูปปั้นทั้ง 4 จะคุกเข่าให้ผู้คนถ่มน้ำลายสาปแช่ง
หังโจวยังเป็นแหล่งกำเนิดชาหลงจิ่ง(ชาบ่อมังกร) เป็นชาที่มีกลิ่นหอมและมีชื่อเสียงที่สุดชนิดหนึ่ง
อาหารประจำถิ่นที่ขึ้นชื่อ คือ ไก่ขอทาน ถ้าไม่ขอก็ไม่ให้ และหมูตงปอ

ทะเงสาป ซีหุ West Lake

อ่านเพิ่มเติม

ไดอารียอดรัก วันนี้จะเล่าเรื่อง ไปเที่ยวหางโจว ทีทะเสาปซีหัว เพราะเมื่อวันก่อน นั่งรถไฟ วีไอพี ความเร็วสูงไปแล้ว พอมาถึง เซี่ยงไฮ้ น้องไก๊ดสาว ชื่อน้อง เดียร์ ก็พาไปหางโจว ล่องเรือ ดูตำนาน นางพญางูขาว บลา บลา บลา

แต่ที่ฉันอยากเล่าเรื่องไปกินอาหาร เสฉวน ที่หางโจว มากกว่า เป็นร้านหนึ่งใน ทรีบนี้ ที่ประทับใจ การตกแต่ง และ รสชาติอาหาร ดูรูปร้านซิคะ

ร้านอาหารนี้อยู่ชั้นบน

อ่านเพิ่มเติม

%d bloggers like this: