วันนี้โลโก้Google สวยมาก เป็นภาพวาดของ  John James Audubon นักวาดภาพนกที่เค้าว่าเก่งที่สุดในโลก ค่า ไดอารี่ ยอดรัก

ในมุมมองขอ งชาว Kentucky ประเทศสหรัฐอเมริกา John James Audubon คืออัจฉริยะผู้ยิ่งใหญ่ ที่สามารถวาดภาพนกต่างๆ ได้เหมือนจริง และเป็นนักธรรมชาติวิทยาที่ถือกำเนิดและศพถูกนำมาฝังที่รัฐนี้ 
แต่ ณ วันนี้ ภาพนกที่ Audubon วาด กลับถูกนักปักษีวิทยาวิเคราะห์พบว่ามีลักษณะท่าทางที่ผิดธรรมชาติ จนไม่น่าจะบินได้ 
ปริศนาที่ตามมาคือ เหตุใดสังคมในอดีตจึงพากันยกย่อง และชื่นชม Audubon โดยไม่ได้ตระหนักในความบกพร่องนี้เลย 

J.J.Audubon เกิดเมื่อปี 1785 (ตรงกับรัชสมัยพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช) ที่เมือง Saint-Domingue บนเกาะ Haiti บิดาเป็นกัปตันเรือชาวฝรั่งเศสที่พูดภาษาอังกฤษไม่คล่อง ส่วนมารดาชื่อ Jean Audubon เพราะบิดา มารดามิได้สมรสกันตามกฎหมาย ดังนั้น Audubon จึงเป็นลูกนอกสมรส ในวัยเด็กบิดาได้นำลูกชายไปใช้ชีวิตที่เมือง Nantes ในฝรั่งเศส โดยให้พำนักกับญาติฝ่ายบิดา 

Audubon เป็นเด็กที่มีเสน่ห์ จึงเป็นที่ชื่นชมของทุกคนที่พบเห็น แต่เขาเป็นคนที่มีนิสัยไม่รับผิดชอบ และเรียนหนังสือไม่เก่งเลย จากวิชาที่เรียนทั้งหมด Audubon ทำคะแนนได้ดีเพียงวิชาเดียว คือ วิชาวาดรูป บิดาจึงส่งไปฝึกการวาดภาพที่ปารีส นาน 6 เดือนที่สตูดิโอของ Jacques Louis David 

เมื่ออายุครบ 18 ปี Audubon ถูกเรียกตัวเข้ารับการเกณฑ์ทหาร แต่รู้สึกไม่ต้องการรบกับใคร จึงขอบิดาให้ส่งตัวกลับอเมริกา เพื่อไปทำงานที่ฟาร์มในเมือง Mill Grove ที่ตั้งอยู่ใกล้ Philadelphia ในระยะแรก Audubon ได้ฝึกทำนา แต่ไม่ชอบ เพราะรู้สึกว่างานทำนาหนัก จึงหันไปเรียนธุรกิจแทน แต่ไม่ชอบอีก เพราะมีการคำนวณรายได้และรายจ่าย ในที่สุดจึงหนีไปใช้เวลาออกป่าล่าสัตว์ และตกปลา จนอายุ 20 ปี ก็ได้เข้าพิธีสมรสกับ Lucy Bakewell 

ภาพเขียน นก curlew จะงอยปากแหลม (หนึ่งในผลงานของ John James Audubon)


เมื่ออายุ 23 ปี Audubon กับภรรยาได้เดินทางไปที่รัฐ Kentucky เพื่อทำธุรกิจร่วมกับเพื่อนชื่อ Ferdinand Rozier แต่ช่วงเวลานั้นเป็นเวลาที่เศรษฐกิจอเมริกากำลังตกต่ำ ธุรกิจของ Audubon กับเพื่อนจึงล่ม นี่เป็นสาเหตุหนึ่ง แต่อีกสาเหตุหนึ่งคือ Audubon ไม่เคยใส่ใจและทุ่มเทเวลาทำธุรกิจเลย เพราะเขาใช้เวลาส่วนใหญ่ ดูนกในป่า ร้องเพลง เต้นรำ และเล่นดนตรีเวลาอยู่ในเมือง จนได้รับฉายาว่าเป็นคนเจ้าสำราญ และเมื่อธุรกิจล้มเหลวเพราะมีหนี้สินมากมาย Audubon จึงถูกศาลพิพากษาให้เป็นคนล้มละลาย ทำให้ต้องหางานอื่นทำ เพื่อการดำรงชีวิต และได้ตัดสินใจเลือกงานเป็นจิตรกรภาพเหมือนและเป็นครูสอนศิลปะให้คนที่มีฐานะดี 

ในช่วงเวลานั้น Audubon ได้มีโอกาสพบ Alexander Wilson ผู้มีชื่อเสียงโด่งดังในการวาดภาพนก และรู้สึกอยากวาดภาพนกบ้าง เพราะตระหนักว่าตนสามารถวาดภาพนกได้สวยสมจริงกว่า Wilson จึงได้ทุ่มเทเวลาวาดภาพนกที่มีขนาดเท่าตัวจริงมากมาย เพื่อนำออกขายและตีพิมพ์ในวารสาร American Ornithology ที่มี Wilson เป็นบรรณาธิการ แต่ Wilson ปฏิเสธการสนับสนุน 

Audubon จึงต้องหาโรงพิมพ์ที่จะจัดพิมพ์ภาพนกที่ตนวาด แต่ไม่มีบริษัทใดในอเมริกาสนใจ Audubon วัย 41 ปี ผู้ต้องการเงินจึงตัดสินใจเสี่ยงโชค โดยการเดินทางไปอังกฤษ และได้พบกับ William Lizars ที่เมือง Edinburgh ผู้รู้สึกชื่นชมผลงานภาพของ Audubon มากจึงตอบตกลงจัดพิมพ์หนังสือภาพนกให้ 




เมื่อหนังสือ The Birds of America ออกวางตลาดในอังกฤษ ชาวอังกฤษได้พากันซื้อหนังสือ และชื่นชมภาพของนกที่ Audubon วาด จนไม่ทันข้ามคืน ชื่อของ Audubon บุรุษโนเนมจาก Philadelphia ก็ได้กลายเป็นเซเลบฯ ที่คนอังกฤษทุกคนรู้จัก 

เมื่อภาพนกที่ Audubon ได้วาดสะสมมาหมด Audubon จึงเดินทางกลับอเมริกา เพื่อวาดภาพเพิ่มเติม คราวนี้เขาตั้งใจวาดภาพนกที่อาศัยอยู่ในรัฐ Florida และ Maine โดยมีลูกชาย 2 คน มาช่วยวาด จากนั้นก็เดินทางกลับอังกฤษ เพื่อเผยแพร่ภาพนกอีก 

เมื่อหนังสือภาพขายดี Audubon ก็มีฐานะดีขึ้นและมีชื่อเสียง ทำให้มีเพื่อนที่มีชื่อเสียงไม่แพ้กันมากมาย เช่น Baron Cuvier, Sir Walter Scott, Daniel Webster และประธานาธิบดี Jackson เป็นต้น 


 John James Audubon

 

ในปี 1844 Audubon วัย 59 ปี ได้เรียบเรียงหนังสือชื่อ Viviparus Quadrupeds of North America ผลงานด้านธรรมชาติวิทยาของนก และสัตว์สี่เท้านี้ได้ทำให้ Audubon ได้รับการคัดเลือกเป็นสมาชิกของ Royal Society ดังนั้น Audubon จึงเป็นชาวอเมริกันคนที่สอง ต่อจาก Benjamin Franklin ที่ได้เป็น F. R. S. 

เมื่ออายุ 61 ปี สุขภาพของ Audubon ได้ทรุดลงอย่างรวดเร็ว และเสียชีวิตในปี 1851 ขณะอายุ 66 ปี 

หลังจากที่ Audubon เสียชีวิตไปแล้ว George Bird Grinnell ผู้เคยเป็นศิษย์ของภรรยา Audubon ได้จัดตั้งสมาคม National Audubon Society ขึ้นมา ซึ่งยังคงอยู่จนทุกวันนี้ 

ในการศึกษาผลงานที่ Audubon ได้ทิ้งไว้เป็นมรดกพบว่ามีดังนี้ คือ หนังสือชุด The Birds of America (1827-1838) ขนาดใหญ่ 39 x 29 นิ้ว 4 เล่ม มีภาพนก 1,065 ภาพ เป็นนก 440 สปีชีส์ และหนังสือชุด Ornithological Biography of 1831-1839 จำนวน 5 เล่ม ที่มีการแสดงกายวิภาคศาสตร์ของนกบางสปีชีส์ด้วย ส่วนหนังสือ Birds of America (1840-1844) นั้น แสดงภาพนกที่พบใน Florida และ Missouri

ภาพเขียน นกกาเหว่า (หนึ่งในผลงานของ John James Audubon)


สำหรับภาพนกที่ Audubon วาดนั้น นักปักษีวิทยาได้พบว่าขนในภาพมีสีซีดกว่านกตัวจริง แต่ก็มีรายละเอียดใกล้ความจริงพอสมควร ทั้งๆ ที่ในสมัยนั้น Audubon ไม่มีกล้องถ่ายรูปใช้ แต่เขาก็สามารถเห็นส่วนปลีกย่อยต่าง ๆ ของนกได้มาก ซึ่งการที่ Audubon ทำได้นี้เพราะกว่าจะวาดภาพนกได้แต่ละตัวเขาต้องฆ่านกตายเป็นร้อย แล้วเอาซากมาเสียบด้วยลวดแหลมเพื่อนำไปปักบนกิ่งไม้ จากนั้น Audubon ก็จัดท่าทางของนกที่ตายแล้วให้ดูเสมือนว่ากำลังเกาะกิ่งไม้อยู่ จนได้ที่แล้วจึงลงมือวาด 

ด้วยเหตุนี้ ท่าทางของนกที่ Audubon วาดจึงไม่ใช่ลักษณะที่เป็นธรรมชาติ การไม่มีกล้องถ่ายรูปทำให้ Audubon ไม่รู้ว่านกจริง ๆ เกาะกิ่งไม้หรือโผบินอย่างไร 

เมื่อชื่อเสียงโด่งดังขึ้น ผู้คนต้องการซื้อภาพนกมากขึ้น Audubon จึงต้องผลิตภาพวาดให้เร็ว และมากพอต่อความต้องการ ด้วยเหตุนี้ภาพวาดในระยะหลังจึงแสดงความรีบร้อนในการวาด และรายละเอียดของนกลดลง ทำให้ Audubon ต้องหันมาจ้างจิตรกรผู้ช่วยหลายคน โดยให้จิตรกรผู้ช่วยวาดภาพฉากหลังของนก แต่ไม่ให้วาดภาพตัวนก และเมื่อภาพอยู่ในสภาพพร้อมขาย โลกก็รู้จักภาพนั้นว่าเป็นภาพของ Audubon

ภาพเขียน นก mockingbird กับงู (หนึ่งในผลงานของ John James Audubon)

 

การวิเคราะห์ภาพนกต่าง ๆ ที่ Audubon วาดยังแสดงให้เห็นจุดบกพร่องหลายจุด เช่น บริเวณตานก ซึ่งภาพหนังตามักอยู่ในสภาพคลายตัว ทั้งนี้เพราะนกต้นแบบเป็นนกที่ตายแล้ว สำหรับลักษณะการเกาะกิ่งไม้และการบินก็ไม่เป็นตามธรรมชาติ เพราะในบางภาพ Audubon ได้วาดให้นกบินเหมือนคนเต้นรำ ทั้งนี้เพราะ Audubon เองชอบและสอนเต้นรำ ดังเช่นภาพนก mockingbird 4 ตัว ที่กำลังจะตกเป็นเหยื่อของงูจงอาง อันเป็นภาพที่มีชื่อเสียงที่สุดของ Audubon ซึ่งนักปักษีวิทยาได้วิเคราะห์ว่าภาพนี้ผิดธรรมชาติ เพราะงูจงอางไม่เลื้อยต้นไม้ และเขี้ยวงูไม่งอ (ในภาพเขี้ยวงูโค้งงอ) สำหรับตาดำของงูมีลักษณะกลม (ในภาพตาดำไม่กลม) ส่วนนกทั้ง 4 ได้พยายามจะบินจิกงู ซึ่งไม่เป็นธรรมชาติเลย 

สำหรับหนังสือ Ornithological Biography นั้นหนา 3,000 หน้า และเรียบเรียงเป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นภาษาที่ Audubon ไม่ถนัด จึงต้องอาศัยนักวิชาการคนอื่นมาเขียนให้ แต่ Audubon ก็ไม่ได้อ้างถึงผลงานของใคร เสมือนกับว่าสิ่งที่เขียนเป็นความรู้ที่ตนพบเป็นคนแรก ดังนั้น ข้อมูลที่นำเสนอจึงไม่ถูกต้อง 100% 

ถึงกระนั้นในภาพรวม ผลงานทั้งหมดก็นับว่าสำคัญ เพราะ Audubon ได้นำชีวิตนกนอกบ้านมาให้ผู้คนชื่นชมกันในบ้าน ผลงานนี้ยังแสดงให้เห็นว่า Audubon ค้นพบนกสปีชีส์ใหม่ถึง 23 สปีชีส์ การบรรยายเกี่ยวกับนกทำให้รู้วิธีหาอาหารถิ่นอาศัย และธรรมชาติของนก แต่เหนือสิ่งอื่นใด Audubon คือบุคคลที่รักนก และความรักนี้ได้ทำให้คนทั้งโลกรักและชื่นชมนกด้วย 

คุณหาอ่านประวัติและผลงานของ Audubon ได้จาก John James Audubon : The Making of an American โดย Richard Rhodes ที่จัดพิมพ์โดย Knopf ปี 2004 

(หนึ่งในผลงานของ John James Audubon)

(หนึ่งในผลงานของ John James Audubon)

(หนึ่งในผลงานของ John James Audubon)

(หนึ่งในผลงานของ John James Audubon)

(หนึ่งในผลงานของ John James Audubon)

ขอบคุณ wikipedia