ไปเจอบทความ น่าสนใจเผื่อเป็นประโยชน์แก่พวกเราผู้หญิงนะคะ เพราะเราไม่ควรไว้ใจผู้ชายมากไปค่ะ เป็น ถามตอบตามหัวข้อ ของหมอดูที่น่ารักท่านหนึ่ง Aims Astro เอามาแชร์ให้ได้รับทราบถึงเรื่องที่เกิดขึ้นกับลูกค้าจของเธอ ขอบคุณค่ะ – ไดอารียอดรัก

อย่าไว้ใจทาง อย่าวางใจเขา จะเศร้าใจเอง

ถาม – เราเพิ่งจับได้ว่าแฟนที่คบกันมา ๓ ปีมีลูกมีเมียแล้ว ช้ำใจมากเพราะไม่คิดว่าเขาจะหลอกเราได้ลงคอ เสียใจและเสียความรู้สึกสุดๆ เลยอยากให้คุณช่วยเขียนเตือนคนอื่นๆ ด้วย เผื่อว่าจะมีคนโชคร้ายเหมือนเราค่ะ

เรื่องราวความชอกช้ำใจเพราะถูกหลอก หรือเพราะหลงไว้ใจจนไม่ระแวง เป็นเรื่องที่ได้ฟังจากลูกค้าอยู่เรื่อยๆ เลยค่ะ ก่อนอื่นต้องบอกว่าเรื่องนี้ไม่ได้เขียนขึ้นมาเพื่อกล่าวร้ายเพศชาย หรือมีความคิดว่าผู้ชายเลวไปหมดทุกคน เพราะคนดีๆ ก็ยังมีอยู่ไม่น้อย แต่เขียนขึ้นเพื่อเตือนทั้งผู้หญิงและผู้ชายด้วยว่าอย่าไว้ใจ วางใจใครมากไป จนกลายเป็น “เสียรู้” เนื่องจากสิ่งที่ได้รับรู้จะมาจากลูกค้าหญิงเป็นหลัก เพราะลูกค้าชายมีจำนวนน้อยกว่าลูกค้าหญิงค่อนข้างมากอยู่แล้วค่ะ

ลูกค้าหญิงท่านแรก (ขอสมมุตินามว่าคุณไฮดี้) ในตอนแรกก็ตรวจดวงเรื่องทั่วๆ ไป หน้าที่การงาน การเงิน สุขภาพ ฯลฯ จนมาถึงเรื่องความรัก ซึ่งแวบแรกที่เห็นดาวที่ทำหน้าที่เจ้าการในเรื่องนี้ตลอดจนดาวที่เกี่ยวข้อง ดิฉันก็รู้สึกไม่ชอบมาพากลเกี่ยวกับเรื่องความรักของเธอเลยค่ะ ในใจตอนนั้นคิดว่าคุณไฮดี้น่าจะถูกหลอกอยู่ คนมาเกี่ยวข้องด้วยไม่น่าจะใช่ชายโสด ซึ่งเมื่อลองเลียบเคียงดูก็พบว่าตัวเธอเองก็ไม่ค่อยมั่นใจในคนรัก ดิฉันถามไปว่าคบกันมานานเท่าไหร่แล้ว เธอตอบว่า “๕-๖ ปีแล้วค่ะ” ถามเธอตรงๆ ว่า “แน่ใจนะคะว่าเขาโสดจริงๆ” เธอตอบมาทำนองว่าจริงๆ ก็ไม่ค่อยมั่นใจเลยมาตรวจดวง

ด้วยความเป็นห่วงลูกค้า จึงถามไปว่า “คุณเคยไปที่บ้าน เจอพ่อแม่พี่น้องของเขาบ้างไหมคะ” เธอบอกว่า “บ้านเขาอยู่ไกล” สงสัยเลยถามไปว่า “ไกลแค่ไหนคะ จังหวัดอะไร” เมื่อได้ฟังคำตอบ ซึ่งเป็นจังหวัดที่ห่างจากกรุงเทพฯ ด้วยขับรถยนต์ไม่เกิน ๓ ชั่วโมง จึงบอกคุณไฮดี้ไปว่า “ไม่ไกลเลยนะคะ ไปเถอะ พาเพื่อนไปด้วย ไปดูบ้านเขา เอาให้แน่ใจ คิดเสียว่าไปรู้จักว่าที่ญาติของเราในอนาคต” คุณไฮดี้ถามกลับมา ซึ่งสะท้อนถึงความไม่มั่นใจในตัวคนรัก “เราเลิกกะเขาไปเลยดีไหมคุณเอม ไม่อยากไปหาคำตอบ” ด้วยความเข้าใจและเห็นใจ จึงตอบเธอไปว่า “คุณเลิกไม่ได้หรอก เพราะยังคาใจอยู่ ต้องรู้แน่ๆ ก่อน ถึงจะแน่ใจ ไม่อย่างนั้นคุณคงไม่คบมาได้ตั้ง ๕-๖ ปีค่ะ”

ระหว่างที่คุยกันนั้น ดิฉันพยายามให้กำลังใจเธอหลายๆ อย่าง เพราะทราบได้จากการพูดคุยว่าจริงๆ แล้วเธอสงสัยพฤติกรรมของคนรัก แต่อาจจะยังไม่อยากปักใจเชื่อ ซึ่งในตอนนั้นดิฉันก็เอาใจช่วย อยากให้พิสูจน์ความจริง ถ้าเขาโสดจริงๆ จะได้หายคาใจ ยอมเป็นหมอดูที่ดูดวงพลาดให้ลูกค้าต่อว่าก็คิดว่ารับได้ (Y__Y) แต่ถ้าเรื่องที่ทายให้ถูกต้องละก็ อย่างน้อยเธอก็จะไม่เสียเวลาและคิดวกวนไปมากกว่านี้ ก่อนจะวางสายจากกันวันนั้นได้ให้กำลังใจเธอไปว่า “อย่าทำตัวเหมือนคนที่สงสัยว่าตัวเองป่วยเป็นโรคมะเร็งแล้วไม่ยอมไปตรวจเลยค่ะ ไปหาคำตอบเถอะ ไม่ว่าผลมันจะออกมายังไง ที่แน่ๆ คุณจะได้พ้นจากสภาพที่ไม่แน่ใจอะไรเลยสักทีนะคะ”

 

ดูดวงกันวันเสาร์ ปรากฏว่าสองวันต่อมาคือวันจันทร์ เมื่อดิฉันเปิดอีเมล์ก็ได้พบข้อความจากคุณไฮดี้ มีใจความว่า “ด้วยการกระตุ้นของคุณ ทำให้เรากล้าที่จะหาคำตอบ ตอนนี้เราได้คำตอบแล้ว เขามีเมียมีลูกแล้ว แต่ว่าตลอดเวลาที่คบกัน เขามารับส่งเราแทบทุกวัน เขาขอโทษและขอให้เราให้อภัย แต่เราตอบเขาไปว่าไม่ขอผิดศีลข้อ ๓ ด้วยการแย่งสามีของใคร” อ่านอีเมล์จบ ก็เกิดปีติในความรักในศีลของคุณไฮดี้เป็นอย่างยิ่งค่ะ เขียนมาถึงตรงนี้ก็รู้สึกอนุโมทนากับเธอขึ้นมาอีกครั้ง แล้วก็ดีใจกับเธอจริงๆ ที่รอดพ้นจากผู้ชายคนนี้มาได้

อันนี้ภัยมืดแอบแฝงที่ควรระวังเช่นกัน

ลูกค้าหญิงอีกรายหนึ่งคือคุณเดซี่ (นามสมมุติ) เป็นสาววัยไม่ถึง ๓๐ ปี เธอถามถึงเรื่องความรักและเล่าว่าคบหากับแฟนหนุ่มมาประมาณ ๑ ปี อายุของฝ่ายชายมากกว่าเธอประมาณ ๑ รอบนักษัตรค่ะ เมื่อตรวจดวงแล้วรู้สึกว่าผู้ชายคนดังกล่าวไม่น่าจะโสด เลยถามไปว่าเจอกันได้ยังไง คำตอบคือ “ทางอินเตอร์เน็ตค่ะ”

ต้องบอกก่อนว่าไม่ได้อคติกับการเจอกันทางอินเตอร์เน็ตค่ะ ช่องทางนี้คนดีๆ ก็มี เคยได้ยินอยู่เหมือนกันว่าหลายคู่ประสบความสำเร็จถึงขั้นได้แต่งงานกัน แต่ว่าคนไม่ดีก็มีอยู่มาก และอาจตามเช็คประวัติยากสักหน่อยค่ะ คุณเดซี่เล่าว่าคนรักของเธอเป็นข้าราชการในหน่วยงานแห่งหนึ่งทางภาคกลาง บางครั้งจะมาทำงานแถวๆ จังหวัดที่เธออยู่ แต่เวลาที่เขามาจะมาคนเดียว ไม่มีเพื่อน ไม่มีญาติ นอกจากเขาแล้วเธอก็ไม่รู้จักใครที่เกี่ยวข้องกับเขาเลยสักคนเดียว ดิฉันถามเธอไปว่า “คุณรู้สึกว่าเขาพยายามปกปิดเรื่องราวของตัวเองไหมคะ” ลูกค้าตอบว่า “หนูรู้สึกอย่างนั้นนะพี่” ถามต่อว่า “แล้วคุณเคยเจอเพื่อนหรือญาติๆ ของเขาบ้างไหม” คุณเดซี่ตอบว่า “ไม่เคยเลยสักคนค่ะ”

สนทนากับคุณเดซี่ต่อไปว่าแฟนหนุ่มของเธออายุเกือบจะสี่สิบแล้ว ทำไมถึงยังไม่แต่งงาน เธอตอบว่า “เขาเล่าว่าเคยแต่งงานแต่ว่าเมียเขาตายไปแล้ว” หมอดูได้ฟังแล้วไม่ค่อยวางใจเพราะในดวงมีเรื่องการเจอคนมีคู่แล้วมากกว่าคนเป็นพ่อม่าย (- -‘) ลูกค้าคงพอเข้าใจในอาการของหมอดู เลยถาม ว่า “พี่คิดว่าหนูถูกหลอกเหรอ” เมื่อถามตรงก็ตอบตรงว่า “ใช่” แล้วถามเธอกลับว่า “คุณไม่สงสัยบ้างเลยเหรอ” ลูกค้าตอบว่า “หนูก็สงสัยอยู่บ้างเหมือนกัน”

เนื่องจากคนรักของลูกค้าเป็นข้าราชการ ดิฉันก็เลยคิดว่าน่าจะลองสืบค้นข้อมูลจากกูเกิ้ล น่าจะพอมีข้อมูลอะไรๆ อยู่บ้าง ถามคุณเดซี่ไปว่าเคยสืบค้นไหม ก็ปรากฏว่ายังไม่เคยเลย ว่าแล้วก็ช่วยหาซะเลย ได้ผลออกมาว่า ช่วง ๒-๓ ปีที่ผ่านมารวมทั้งเมื่อต้นปี ๒๕๕๓ (ดูดวงกันช่วงประมาณเดือนตุลาคมปี ๒๕๕๓) พบข้อมูลในอินเตอร์เน็ตว่าชายคนนี้ไปทำบุญกับหญิงคนหนึ่ง องค์กรการกุศลแห่งนี้มีการบันทึกรายนามผู้มีอุปการคุณ เผยแพร่ไว้ในอินเตอร์เน็ตด้วย โดยระบุชื่อ (ขอยืมชื่อนักฟุตบอลมาเป็นนามสมมุติ ^__^) แบบนี้ค่ะ “คุณวิกตอเรีย คุณเดวิด เบคแฮม” เจอแบบนี้หลายๆ ลิงค์เลยทีเดียว เพราะมีการไปทำบุญร่วมกันหลายหน

คุณเดซี่บอกว่าเห็นแบบนี้ก็ไม่ต้องถามต่อแล้ว อึ้ง ไม่รู้จะถามอะไรต่อดี เนื่องจากตัวเธอเองก็คลางแคลงในพฤติกรรมที่ดูปกปิดตัวเองจนผิดปกติของคนรักมาตลอด ปลอบเธอไปว่า “เอาเป็นว่าลองไปคุยกับเขาดูอีกครั้งก็ได้นะคะ หมอดูอาจจะพลาดก็ได้ แต่ถ้าผลออกมาว่าเขามีภรรยาแล้วจริงๆ คุณก็ควรดีใจที่ได้รู้ จะได้ไม่เสียใจเสียเวลานานไปกว่านี้ ขอเอาใจช่วยให้ทุกอย่างผ่านไปด้วยดีนะคะ”

หลังจากวางสายจากลูกค้า ก็ลองมาคิดๆ เรื่องชื่อดูอีกที แล้วก็ปรึกษาพี่ลักกี้ (นางเอกจากตอน “เกี่ยวก้อยกับความเหงา”)  ว่าเป็นไปได้ไหมที่คุณวิคตอเรียจะเป็นแม่บังเกิดเกล้าของคุณเดวิด ทำนองว่าแม่กะลูกชายไปทำบุญด้วยกัน เลยลงชื่อไว้แบบนั้น พี่ลักกี้ตอบว่า “พี่กะแม่พี่ไม่เคยเขียนแบบนี้ ถ้าเป็นแม่ลูกกันก็เขียน ‘คุณวิกตอเรีย เบคแฮม และครอบครัว’ ไปเลยไม่ดีกว่าเหรอ เขียนแบบนี้คงสามีภรรยากันแหละ เอมเอ๊ย” (_ _!) ส่วนเรื่องชื่อซ้ำกันนั้นก็ไม่น่าจะใช่ เพราะชื่อฝ่ายชายไม่ได้ซ้ำง่ายๆ อีกทั้งคำนำหน้าชื่อก็ไม่ใช่คำว่า “นาย” แต่เป็นคำที่ระบุถึงอาชีพด้วย ซึ่งเพื่อความเป็นส่วนตัวของลูกค้าและให้เกียรติเพื่อนร่วมอาชีพท่านอื่นๆ จึงขอสงวนไว้ค่ะ

ทั้งหมดทั้งปวงที่เขียนบอกเล่าไปในฉบับนี้ ไม่ได้ประสงค์ให้ใครมีชีวิตอยู่อย่าง “หวาดระแวง” แต่อยากให้ “หัดระวัง” อย่าไว้ใจใครง่ายจนเกินไป จนกระทั่งต้องเสียใจ หรือเสียทั้งกายทั้งใจค่ะ โลกนี้คนดีก็มีอยู่ แต่ในขณะเดียวกันก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าทุกวันนี้มีคนเห็นแก่ตัว ที่พร้อมจะหลอกลวงหัวใจคนอื่นเพื่อความสุขของตน โดยไม่สนใจว่าจะสร้างความเจ็บช้ำน้ำใจให้กี่ดวงใจของใครบ้าง ขอให้มีวิจารณญาณในการคบหา จะได้ไม่ต้องพบกับความทุกข์นะคะ


โฆษณา