ใครที่ปวดไมเกรนประจำ ลองฟัง อจ บุญชัยเล่าว่าทำไมท่านจึงหาย ติดตามประวัติ ได้ที่เวปนี้ค่ะ http://www.fast-english.com/  http://www.drboonchai.com/ อจ มีวิธีสอนให้จำคาถา ชินบัญชรได้อย่างง่ายด้วย เนื่องจาก เป็นคนที่เรียนเก่งค่ะ รักภาษาอังกฤษ เป็นเจ้าของโรงเรียนสอนภาษา อีกพูดภาษาไทยชัดเจน อจ มาพูดที่ช่อง FM 96.5 วัน CEO Vision วันอาทิตย์ ตอนสายๆสาระความรู้จึงน่าฟังเสมอค่ะ-ไดอารียอดรัก

ขอบคุณclip  MrJamespound008

พลานุภาพของการสวดพระคาถาชินบัญชร

อานิสงส์ของการสวดมนต์         การสวดมนตร์เป็นการเพิ่มพลังจิตให้เข้มแข็งหยุดความว้าวุ่นใจในชั่วขณะ จิตจะมีความเป็นกลาง ได้พัก ได้สงัดจากความว้าวุ่น และที่สำคัญคือได้

พักสมองในเวลาเดียวกัน เพราะเวลาบริกรรมคำสวดมนต์ต้องใช้พลังสมาธิไม่คิดเรื่องอื่น และพลังสติในการเลือกคำสวดยิ่งสวดนานสวดหลายเที่ยว จิตก็มี

สมาธิและสติเข้มแข็งขึ้น สมาธิและสติจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อสมองมีความแข็งแรง การตั้งใจสวดโดยไม่วอกแวกเป็นการทำงานของสมองด้านซ้าย ส่วน

การเลือกคำสวด การรู้ว่าสวดถูกสวดผิด และการรู้เท่าทันอารมณ์ต่างๆ ระหว่างสวดเป็นการทำงานของสมองข้างขวา ส่วนการรู้ว่าอยู่ในอิริยาบถใดขณะ

หรืออาการรู้ว่าปวดกล้ามเนื้อหรือกล้ามเนื้ออยู่ในสภาพปกติสบายดี เป็นการทำงานของสมองส่วนกลาง         โดยสรุป การสวดมนตร์เป็นการกระตุ้นการทำงาน 3 ส่วนของสมอง (ซ้าย-ขวาและกลาง) โดยรวมกาย (สมอง) และจิต (เพ่งและรู้) ให้เป็นเนื้อ

เดียวกัน สามารถช่วยเพิ่ม IQ และ EQ ได้ หยุดความเครียดต่างๆ นานา รู้สึกร่างกายและจิตใจแข็งแรงขึ้น ฝึกกล้ามเนื้อสมองให้แข็งแรง และจิต

จะน้อมไปสู่ความสงบและเงียบภายในจิต ซึ่งเขาเรียกว่า “ จิตเห็นจิต ” เมื่อนั้นพลังผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานก็จะเริ่มปรากฏชัดขึ้น จิตที่มีพลังคิดอะไรก็สม

ปรารถนา ไอเดียดีๆ ใหม่ๆ ก็จะผุดขึ้น รู้จักตนเอง รู้จักชีวิตมากขึ้น และที่สำคัญรู้ว่าอะไรคือเป้าหมายของชีวิต อะไรคือสิ่งที่ควรทำ และจะทำอย่างไรจึง

สัมฤทธิ์ผล จะเกิดแต่ความสุขและความเจริญ

วิธีการสวด         1. ท่องจำให้ได้ทุกอักขระโดยไม่ต้องเปิดอ่าน         2. เวลาสวด ไม่เพ่งตัวอักษรในใจ แต่บริกรรมออกมาดังๆ ชัดๆ (ฝึก speaking ไปในตัว) ฟังเสี่ยงที่เปล่งออกมาด้วยว่าชัดถ้อยชัดคำหรือไม่

เพราะหรือไม่ (ฝึก control เสียงเวลาพูด) ให้สมองบังคับปากพูดทีละคำ  ไม่ใช่ให้ปากพูดไปอย่างเคยชิน         3. เมื่อสวดคล่องแบบมืออาชีพแล้ว ให้ฝึกสวดในใจดังๆ ให้ได้ยินเสียงตัวเองเหมือนกับร้องเพลงชาติในใจ เป็นการฝึก inner voice

เมื่อ inner voice ชัด แสดงว่าส่วนสมองแข็งแรงขึ้นมากพร้อมจะทำการใหญ่ๆ          4. เวลาสวดต้องไม่คิดว้าวุ่นเรื่องอื่น บอกใจตัวเองก่อนว่ากำลังจะสวดมนตร์ ให้ลืมเรื่องอื่นก่อน ตั้งใจตั้งแต่เริ่มสวดจนสวดจบว่าจะไม่คิดเรื่องอื่น

และอย่าลืมว่าเวลาสวดให้เอาสมองบังคับปากพูดอย่าบริกรรมด้วยความคล่องหรือความเคยชิน แต่ให้สวดอย่างสบายใจ ไม่แข็งทื่อหรืออึดอัด สวดด้วย

ความโล่งโปร่งสบาย         5. ถ้าสวดแล้ว เงียบ สงบ รับรู้ ไม่หวั่นไหว ไม่เหนื่อย ไม่เป็นภาระ ไม่อึดอัด นั่นแสดงว่าการสวดมีประสิทธิภาพสูงสุดและไม่นาน Miracles

ก็จะเกิดขึ้นกับชีวิตของท่าน