Tag Archive: วันนี้ในอดีต


เอามาแชร์กันสำหรับน้องๆรุ่นใหม่ ภาวนาอย่าให้เป็นเช่นนี้เลยค่ะ หากท่านใดโดนน้ำท่วมแล้วก็พยายามเอาชีวิตให้รอดก่อน ของนอกกายช่างมัน และหากคิดเสียว่าคนอื่นๆลำบากกว่าเรามีมากมายจะรู้สึกดีขึ้นค่ะ ยอมลำบากเดี๋ยวก็ดีขึ้นแล้ว ขอให้พระคุ้มครองทุกคนค่ะ – ไดอารียอดรัก

ขอบคุณ clip nbishop

Advertisements

วันนี้ในอดีต 6 สิงหาคม พ.ศ. 2488 (ค.ศ. 1945) – สงครามโลกครั้งที่สอง: สหรัฐอเมริกาทิ้งระเบิดนิวเคลียร์ถล่มนครฮิโระชิมะ จักรวรรดิญี่ปุ่น ทำให้มีผู้เสียชีวิตทันที 80,000 คน และเสียชีวิตตามมากอีกกว่า 100,000 คน
กลุ่มเมฆรูปดอกเห็ดของ “เด็กน้อย” หรือ “ลิตเติลบอย” ที่ทิ้งใส่เมืองฮิโรชิ
เมฆรูปดอกเห็ดที่ลอยตัวสูงถึง 18 กิโลเมตรเหนือจุดระเบิดของ “ชายอ้วน” หรือ “แฟทแมน” ลูกที่สองที่ระเบิดกลางอากาศเหนือเมืองนะงะซากิ

                         กลุ่มเมฆรูปดอกเห็ดของ “เด็กน้อย” หรือ “ลิตเติลบอย” ที่ทิ้งใส่เมืองฮิโรชิมะ

อ่านเพิ่มเติม

อาภัสรา หงสกุล
นางงามจักรวาล 2508

‘อาภัสรา’ เป็นสตรีไทยคนแรก
ที่สมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธวิทยาลัย
ในพระบรมราชูปถัมภ์
ได้มอบให้องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
หรือ อ.ส.ท.
เป็นผู้ลงนามในสัญญากับบริษัทมิสยูนิเวิร์ส
เพื่อเข้าร่วมประกวดนางงามจักรวาลในปีถัดมา
คือพ.ศ.2508

และเธอก็มิทำให้ชาวไทยทั้งประเทศผิดหวัง
โดยสามารถพิชิตใจกรรมการชาวต่างชาติเป็นเอกฉันท์
ให้ดำรงตำแหน่งนางงามจักรวาล  เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม พศ 2508 (1965)

อ่านเพิ่มเติม

ชาวนาไทยเคลื่อนไหวประท้วงหน้าสถานฑูตอเมริกากรณีข้าวหอมมะลิ จัสมิน

23 กรกฎาคม 2541 ชาวนาไทย กว่า 500 คน เคลื่อนไหวประท้วงหน้าสถานทูตอเมริกา กรณีข้าวหอมมะลิ “จัสมาติ” (Jasmati) ของ “ไรซ์เทค” (RiceTec) บริษัทขายข้าวในมลรัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา โดยการเรียกร้องให้รัฐบาลสหรัฐฯ ถอนเครื่องหมายการค้า และยุติความพยายามที่จะจดสิทธิบัตรพันธุ์ข้าวและพืชพันธุ์จากประเทศโลกที่สาม

ทั้งนี้ “จัสมาติ” เกิดจากการนำเอาคำว่า “จัสมิน ไรซ์” (Jasmine Rice—ข้าวหอมมะลิของไทย) กับ “บัสมาติ” (Basmati—ข้าวหอมที่มีชื่อเสียงของอินเดีย) มาสมาสกัน พร้อมคำโฆษณาว่า “จัสมาติคือข้าวหอมมะลิอเมริกัน” (Jasmati is the American Jasmine Rice) โดยพยายามโฆษณาสรรพคุณให้เหมือนกับข้าวหอมมะลิ ทั้งนี้กระทรวงเกษตรของสหรัฐอเมริกา โดย ดร. เจ. นีล รุทเกอร์ เป็นหัวหน้าโครงการปรับปรุงพันธุ์ข้าวหอมมะลิเพื่อประเทศอเมริกา โดยได้นำพันธุ์ข้าวหอมมะลิ 105 ของไทยไปปรับปรุงพันธุ์ให้เหมาะสมกับภูมิอากาศของสหรัฐอเมริกา และทดลองปลูกในมลรัฐเท็กซัสประสบผลสำเร็จเป็นที่น่าพอใจและอยู่ในขั้นเตรียมการจดสิทธิบัตรเป็นข้าวของอเมริกา แต่ละปีไทยส่งออกข้าวหอมมะลิประมาณ 7.5 ล้านตัน ทำรายได้เข้าประเทศปีหนึ่งนับแสนล้านบาท โดยส่งออกประมาณร้อยละ 80 ไปสู่ประเทศสหรัฐอเมริกา

จากจัสมิน ถึงแจ๊ซเมน โดย คุณประภัสสร เสวิกุล ลงพิมพ์ในนสพ.คม ชัด ลึก วันพุธที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2552

ศูนย์วิจัยและค้นคว้าเกษตรกรรม มหาวิทยาลัยหลุยเซียน่า อ้างว่าข้าวแจ๊ซเมนจะมีคุณภาพและกลิ่นหอมใกล้เคียงกับข้าวจัสมินหรือหอมมะลิของไทย และมีความสามารถในการเป็นคู่แข่งขันกับข้าวจัสมินในตลาดสหรัฐฯ ได้ ที่สำคัญคือข้าวแจ๊ซเมนจะให้ผลผลิตต่อไร่สูงกว่าข้าวจัสมิน คือประมาณไร่ละ 1,250 กิโลกรัม ขณะที่ข้าวหอมมะลิของไทยให้ผลผลิตไร่ละ 400 กิโลกรัม

อ่านเพิ่มเติม

วันนี้ในอดีต 22 กรกฎาคม 2460 สงครามโลกครั้งที่หนึ่ง : พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงตัดสินพระทัยเข้าร่วมกับฝ่ายสัมพันธมิตร และประกาศสงครามต่อฝ่ายมหาอำนาจกลาง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดพระราชพิธีปฐมกรรมขึ้นในวันนี้ และมีการส่งกองทหารอาสาเดินทางไปร่วมรบในทวีปยุโรป

อนุสาวรีย์ทหารอาสา ตั้งอยู่ ณมุมสนามหลวงด้านเหนือ เป็นอนุสรณ์แก่-ทหารไทยที่ไปร่วมรบในสมรภูมิยุโรป ในสงครามโลกครั้งที่ 1 ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อ พ.ศ.2457 ประเทศไทย ได้ร่วมกับฝ่ายสัมพันธ-มิตรประกาศสงครามกับเยอรมัน และส่งทหารอาสาไปรบในสมรภูมิยุโรป เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2461 ได้เดินทางกลับ เมื่อวันที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2462และได้นำอัฐิทหารอาสาที่เสียชีวิตมาบรรจุณ อนุสาวรีย์นี้ เมื่อวันที่ 24 กันยายนพ.ศ. 2462

 

สงครามโลกครั้งที่หนึ่ง (อังกฤษ: World War I หรือ First World War) หรือเป็นที่รู้จักกันว่า “สงครามครั้งยิ่งใหญ่” (อังกฤษ: Great War) หรือ “สงครามเพื่อยุติสงครามทั้งมวล” (อังกฤษ: War to End All Wars) เป็นสงครามที่เกิดขึ้นในช่วง ค.ศ. 1914 – ค.ศ. 1918 โดยประเทศมหาอำนาจทั้งหมดของโลกเข้าร่วมสงคราม แบ่งออกเป็นฝ่ายสัมพันธมิตร (โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ไตรภาคี) และฝ่ายมหาอำนาจกลาง โดยพบว่ามีทหารกว่า 70 ล้านคนมีส่วนร่วมในการรบ ผลจากสงครามทำให้มีผู้เสียชีวิต บาดเจ็บและสูญหาย รวมกันไม่ต่ำกว่า 40 ล้านคนถือเป็นสงครามที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในประวัติศาสตร์ลำดับที่สอง

สาเหตุหนึ่งของสงครามโลกครั้งที่หนึ่งก็คือ การลอบปลงพระชนม์อาร์คดุยค ฟรานซ์ เฟอร์ดินานด์ รัชทายาทของบัลลังก์จักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการี โดยกัฟรีโล ปรินซีป ชาวเซิร์บบอสเนีย ซึ่งเป็นสมาชิกของแก๊งมือมืด และการแก้แค้นของจักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการีต่อราชอาณาจักรเซอร์เบียก็ทำให้เกิดปฏิกิริยาลูกโซ่ก่อให้เกิดสงครามครั้งใหญ่ปะทุขึ้นในทวีปยุโรป ภายในหนึ่งเดือน ทวีปยุโรปส่วนมากก็อยู่ในสภาวะสงคราม

สงครามโลกครั้งที่หนึ่งสิ้นสุดลงด้วยชัยชนะของฝ่ายพันธมิตร และความปราชัยของฝ่ายมหาอำนาจกลาง – จักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการี และจักรวรรดิออตโตมัน ได้แตกเป็นประเทศเกิดใหม่จำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในยุโรปกลา  การสื้นสุดของจักรวรรดิรัสเซีย นำไปสู่การก่อตั้ง สหภาพโซเวียต อันเป็นผลมาจากการปฏิวัติรัสเซีย ต่อมา ได้มีการก่อตั้ง สันนิบาตชาติ เพื่อเป็นองค์การระหว่างประเทศที่มีจุดประสงค์เพื่อการแก้ไขปัญหาระหว่างประเทศด้วยวิธีการทางการทูต แต่ทว่าจากลัทธิชาตินิยมที่เกิดขึ้นภายหลังสงคราม ประกอบกับสนธิสัญญาแวร์ซายส์ ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่การปะทุของสงครามโลกครั้งที่สอง

วันนี้วันสำคุัญ 18 กรกฎาคม  สำหนับฉัน วันนี้ตื่นเช้าสืมตามาและ นึกได้เป็นวันเกิดของฉัน ก็สำคัญสำหรับฉัน วันนี้ในอดีตเมือหลายๆๆๆๆ ปีมาแล้วไม่บอกนะคะว่ามันยาวนานแค่ไหน อิอิ  ตื่นมาเปิดมือถือ ก็มีเพื่อนส่ง SMS มาให้แล้วหลายคน ดีใจมากเพื่อนๆไม่ลืม บางคนฉันไม่คาดคิดว่า จำได้ เป็นสิ่งเล็กน้อยๆที่ทำให้รู้สึกดีๆถึงเพื่อนๆ  เลยบันทึกไว้ เดี๋ยวรอต่อไปจะมีใครจำได้บ้าง เข้าใจค่ะบางคนงานยุ่งจนลืมเรา แต่บางคนงานก็ไม่ยุ่งแต่ขาดความเอาใจใส่สิ่งเล็กๆน้อยๆ เราก็ให้อภัย ฝรั่งเค้าถือเป็นเรื่องใหญ่เรื่องดีนะคะวันเกิด ขอบคุณเพื่อนๆที่ไม่ลืม

ฉันพยายามบอกกับตัวเองว่า วันเกิดมันก็วันธรรมดาวันหนึ่ง แต่ยังทำไม่ได้ค่ะ ก็วันนี้เป็นวันที่มีเราไงคะ เราเกิดมา วันนี้สิ่งที่ทำจะไปกราบแม่ขอพรแม่ แม่เป็นผุ้ให้กำเนิด จึงควรนึกถึงพระคุณท่านที่ทำให้มีวันนี้ และ  ถ้าไม่มีวันเกิดแล้วเราจะรู้จักกันอย่างไร เอาละแล้ว วันนี้คงไปทำสังฆทาน ณ วัดใกล้บ้าน จะได้เป็นสิริรมงคลต่อตัวเอง ทำดีให้ดีที่สุดวันหนึ่ง ทุกวันก็พยามทำตนเป็นคนดี ข้อสำคัญไม่ไปเบียดเบียนผู้อืน ทำประโยชน์ต่อสังคมค่ะ – ไดอารียอดรักบันทึกไว้  ปล เพื่อนจะพาไปเลี้ยงข้าววันหยุดเสาร์หน้า clip -ขางล่างได้มาเมื่อปีที่แล้ว

สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือ “สมเด็จย่า” เสด็จสวรรคต 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2538 ที่โรงพยาบาลศิริราช รวมพระชนม์มายุ 95 พรรษา

สมเด็จย่าเสด็จพระราชสมภพเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2443 ทรงเป็นบุตรคนที่ 3 ใน พระชนกชู และ พระชนนีคำ พระนามเดิมคือ สังวาลย์ ตะละภัฏ ในวัยประมาณ 7-8 ขวบ ครอบครัวได้นำพระองค์ไปฝาก คุณจันทร์ แสงชูโต ซึ่งเป็นพระพี่เลี้ยงในพระบรมวงศานุวงศ์หลายพระองค์ ทรงเข้าเรียนมัธยมที่โรงเรียนสตรีวิทยา จากนั้นเข้าโรงเรียนแพทย์ผดุงครรภ์ และหญิงพยาบาลแห่งศิริราช หลังจากสำเร็จการศึกษา ระหว่างที่เรียนอยู่ปี 1 ได้ทรงพบกับ สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมขุนสงขลานครินทร์ (พระบรมราชชนก) ซึ่งได้ทรงถูกพระทัย และขอพระราชทานพระราชานุญาตหมั้นกับ นางสาวสังวาลย์

จากนั้นทรงได้รับการคัดเลือกให้ไปทรงศึกษาวิชาพยาบาลต่อที่โรงเรียนแพทย์มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด สหรัฐอเมริกา ทรงมีพิธีอภิเษกสมรสกับ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ที่วังสระปทุมเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2463 พระองค์ทรงเป็นพระราชชนนีใน

อ่านเพิ่มเติม

วันเกิด พระยามโนปกรณ์นิติธาดา นายกรัฐมนตรีคนแรกของประเทศไทย

พระยามโนปกรณ์นิติธาดา

พระยามโนปกรณ์นิติธาดา ชื่อเดิมว่า ” ก้อน หุตะสิงห์” เกิดที่จังหวัดพระนคร เมื่อวันที่ ๑๕ กรกฎาคม ๒๔๒๗ เวลา ๑๑.๒๐ น.เป็นบุตรของนายฮวดกับนางแก้ว หุตะสิงห์ สมรสกับคุณหญิงมโนปกรณ์นิติธาดา (นิตย์ สามเสน) เริ่มการศึกษาชั้นต้นที่วัดราชบูรณะ (วัดเลียบ) จากนั้นเข้าศึกษาต่อที่โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย โรงเรียนอัสสัมชัญวิทยาลัยและโรงเรียนกฎหมายกระทรวงยุติธรรมตามลำดับ จนสำเร็จเป็นเนติบัณฑิตสยาม

ต่อมาได้ทุนเล่าเรียนหลวงไปศึกษาต่อที่ประเทศอังกฤษ จนสำเร็จเนติบัณฑิตอังกฤษจาก The Middle Temple หลังจากสำเร็จเนติบัณฑิตสยามได้เข้ารับราชการที่กระทรวงยุติธรรมและได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์ หลวงประดิษฐ์พิจารณ์การ จนกระทั่งได้เป็นสมุหพระนิติศาสตร์และพระยามโนปกรณ์นิติธาดาในที่สุด ในปี พ.ศ.๒๔๖๑ ได้รับความไว้วางพระราชหฤทัย จากพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวให้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาราชการในพระองค์ เมื่อพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงลงพระปรมาภิไธยในพระราชบัญญัติธรรมนูญการปกครองแผ่นดินสยามชั่วคราว พ.ศ.๒๔๗๕ เมื่อวันที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๔๗๕ได้มีการประชุมคณะราษฏรครั้งแรกเมื่อวันอังคารที่ ๒๘ มิถุนายน ๒๔๗๕ เวลา ๑๔.๐๐ น. ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม และที่ประชุมได้มีมติแต่งตั้งพระยามโนปกรณ์นิติธาดาเป็นประธานคณะกรรมการราษฎร ซึ่งเป็นตำแหน่งสูงสุดในการบริหารเทียบเท่ากับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในปัจจุบัน พระยามโนปกรณ์นิติธาดาได้ดำรงตำแหน่ง ประธานคณะกรรมการราษฎรอยู่จนถึงวันที่ ๙ ธันวาคม ๒๔๓๕ จึงได้ลาออก พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานรัฐธรรมนูญฉบับถาวร เมื่อวันที่ ๑๐ ธันวาคม ๒๔๗๕ และพระยามโนปกรณ์นิติธาดาได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญอีกครั้งหนึ่ง ต่อมา เมื่อวันที่ ๑ เมษายน ๒๔๗๖ พระยามโนปกรณ์นิติธาดา ได้กราบบังคมทูล พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ขอให้ทรงประกาศพระราชกฤษฎีกาปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎร และตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่โดยมีพระยามโนปกรณ์นิติธาดาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่ง เมื่อวันที่ ๒๐ มิถุนายน ๒๔๗๖ พันเอก พระยาพหลพลพยุหเสนาได้เข้ายึดอำนาจจากรัฐบาล พระยามโนปกรณ์นิติธาดาได้ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และย้ายไปพำนักอยู่ที่ปีนังเป็นเวลา ๑๖ ปีเศษ และได้ถึงแก่อสัญกรรม ณ ที่นั้น เมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๔๙๑ รวมอายุได้ ๖๔ ปี

นายกรัฐมนตรีของประเทศไทย

13 กรกฎาคม พ.ศ. 2452 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ได้ประกาศพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ ให้กรมศุขาภิบาลนำน้ำมาใช้ในพระนครตามแบบอย่างที่สมควรแก่ภูมิประเทศ การที่จะต้องจัดทำนั้นคือ

 นายช่างฝรั่งคุมงานก่อสร้างวางท่อ

1.   ให้ตั้งทำที่น้ำขังที่คลองเชียงราก แขวงเมืองปทุมธานี อันเป็นที่พ้นเขตน้ำเค็มขึ้นถึงทุกฤดู

2.   ให้ขุดคลองแยกจากที่ยังน้ำนั้นเป็นทางน้ำลงมาถึงคลองสามเสนฝั่งเหนือ ตามแนวทางรถไฟ

3.    ตั้งโรงสูบขึ้น ณ ที่ตำบลนั้น สูบน้ำขึ้นยังที่เกรอะกรองตามวิธีให้น้ำสะอาดบริสุทธิ์ปราศจากสิ่งซึ่งจะเป็นเชื้อโรคแล้วจำหน่ายน้ำไปในที่ต่างๆ ตามควรแก่ท้องที่ของเขตพระนคร

อ่านเพิ่มเติม

12 กรกฎาคม พ.ศ. 2417 (ค.ศ. 1874) – พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงประกาศในที่ประชุมคณะที่ปรึกษาราชการแผ่นดินว่าจะให้มีการเลิกทาส


การเลิกทาส

พระบาทมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเห็นว่าระบบทาสของไทยในขณะนั้นเป็นเครื่องถ่วงความเจริญของบ้านเมือง ทั้งนี้เพราะบรรดาชาติตะวันตกกำลังตื่นตัวในเรื่องสิทธิเสรีภาพ จึงมองเห็นว่าการมีทาสเป็นการแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างมนุษย์ด้วยกัน นอกจากนี้ยังทำให้คนไทยไม่รู้จักหาทางประกอบอาชีพให้ดียิ่งขึ้น เพราะมีทางที่จะขายตนเอง ลูก ภรรยา เป็นทาสได้ ดังนั้น จึงทรงดำเนินการเลิกทาส โดยมีพระบรมราชโองการให้ตรา  “พระราชบัญญัติเกษียณอายุลูกทาสลูกไทย” ขึ้นใน พ. ศ. ๒๔๑๗ เพื่อกำหนดอายุลูกทาสให้อิสระหรือพ้นจากการเป็นทาสเมื่ออายุ ๒๑ ปี โดยเริ่มจากลูกทาสที่เกิดในปี พ. ศ. ๒๔๑๑ ที่พระองค์ขึ้นครองราชย์สมบัติ การดำเนินการในเรื่องนี้ได้กระทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป จนกระทั่งในปี พ. ศ. ๒๔๔๘ จึงโปรดให้ตรา พระราชบัญญัติทาส ร.ศ.๑๒๔ ขึ้นบังคับทั่วประเทศ โดยมีสาระสำคัญห้ามซื้อขายคนลงเป็นทาสโดยเด็ดขาด การเลิกทาสในครั้งนี้พระบาทมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเผชิญกับอุปสรรคต่างๆ ทั้งนายเงินและตัวทาสเอง แต่การเลิกทาสของพระองค์ก็เป็นไปอย่างสงบ ซึ่งเป็นที่ยกย่องของชาวไทยและชาวต่างชาติ

%d bloggers like this: